ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีนับตั้งแต่ Gmail เปิดตัวในปี 2004 อีเมลยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญของโลกดิจิทัล แม้จะมีแพลตฟอร์มแชตหรือโซเชียลมีเดียเกิดขึ้นมากมาย แต่อีเมลก็ยังเป็นศูนย์กลางของการทำงาน การติดต่อทางธุรกิจ การจัดการเอกสารในระดับองค์กร อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ผู้ใช้จำนวนมากเผชิญเหมือนกันคือ อีเมลล้นกล่อง ทำให้การค้นหา การติดตาม และการตอบกลับ ใช้เวลานานมากในแต่ละวัน
Google จึงประกาศการอัปเดต Gmail ครั้งใหญ่ ที่ถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดในรอบ 20 ปี โดยหัวใจหลักของการอัปเดตนี้คือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ภายใต้ชื่อ Google Gemini เข้ามาผสานกับการทำงานของอีเมล เป็นการปรับบทบาทของ Gmail ใหม่ทั้งหมด จากเครื่องมือรับ – ส่งอีเมลแบบเดิม ให้กลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถคิด วิเคราะห์ สรุป และจัดการข้อมูลแทนผู้ใช้ได้
Gmail อัปเดต 5 ฟีเจอร์ AI ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งาน
1. AI Overviews ค้นหา และสรุปอีเมลได้ทันที
ฟีเจอร์แรกที่โดดเด่นคือความสามารถในการค้นหา และสรุปอีเมลด้วย AI แทนที่ผู้ใช้จะต้องจำคีย์เวิร์ด ชื่อไฟล์ หรือหัวข้ออีเมลแบบเดิม Gmail เวอร์ชันใหม่เปิดให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำถาม เช่น “สรุปอีเมลเกี่ยวกับการประชุมกับลูกค้าในเดือนที่แล้ว” AI จะอ่านอีเมลทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง และสรุปคำตอบให้ทันที ผู้ใช้จึงสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้รวดเร็วโดยไม่ต้องเปิดอีเมลทีละฉบับ
2. การจัดลำดับความสำคัญด้วย AI Inbox
Gmail นำ AI มาวิเคราะห์อีเมลแต่ละฉบับ เพื่อจัดลำดับตามความสำคัญ และความเร่งด่วน ระบบจะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ผู้ส่ง ความถี่ในการติดต่อ เนื้อหา และคำที่บ่งบอกความสำคัญ จากนั้นอีเมลที่ต้องตอบหรือเกี่ยวข้องกับงานสำคัญจะถูกดึงขึ้นมาแสดงก่อน แนวคิดนี้เปลี่ยน Inbox จากกล่องข้อความธรรมดา ให้กลายเป็นแดชบอร์ดที่สรุปสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน ทำให้อีเมลหรือการแจ้งเตือนสำคัญไม่ถูกกลบหายไปท่ามกลางอีเมลจำนวนมาก
3. AI Thread ช่วยสรุปอีเมลยาวให้เข้าใจง่ายในไม่กี่บรรทัด
ในงานที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายคน การตอบอีเมลหลายรอบอาจทำให้เกิดเธรดยาวหลายหน้า Gmail จึงใช้ AI ในการสรุปเธรด ผู้ใช้สามารถเห็นภาพรวมของการสนทนาได้ทันที เช่น ใครเป็นผู้เสนอประเด็นหลัก มีการตกลงอะไรไปแล้วบ้าง และยังมีประเด็นใดที่ค้างอยู่หรือยังต้องการการตัดสินใจ มีประโยชน์สำหรับผู้ที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาในอีเมลภายหลัง หรือผู้บริหารที่ต้องการเข้าใจสาระสำคัญโดยไม่ต้องอ่านรายละเอียดทั้งหมด
4. Personalized Replies ตอบอีเมลได้ฉลาด และตรงบริบทมากขึ้น
Gmail ได้พัฒนาฟีเจอร์ Smart Reply ไปสู่ระบบ Suggested Replies ที่มีความฉลาด และเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น แทนที่จะเสนอคำตอบสั้น ๆ แบบทั่วไป เช่น “ขอบคุณ” หรือ “รับทราบ” ระบบ AI จะวิเคราะห์บริบทของอีเมลอย่างละเอียด ทั้งรูปแบบการเขียนของผู้ใช้ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ส่ง และผู้รับ รวมถึงเนื้อหาของคำถามในอีเมลนั้น ๆ
5. AI proofread ผู้ช่วยเขียน และตรวจแก้อีเมลระดับมืออาชีพ
นอกจากการตอบกลับอัตโนมัติแล้ว Gmail ยังเพิ่มเครื่องมือช่วยเขียน และตรวจแก้ภาษาเข้ามาเสริม ผู้ใช้สามารถให้ AI ช่วยปรับสำนวน ตรวจไวยากรณ์ หรือเปลี่ยนน้ำเสียงของอีเมลให้เหมาะกับบริบทได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้อีเมลดูสุภาพขึ้น เป็นทางการมากขึ้น หรือย่อให้กระชับเข้าใจง่าย ฟีเจอร์นี้เหมาะมากสำหรับเวลาที่ต้องรีบพิมพ์อีเมล ซึ่งมักจะมีคำตกหล่นหรือใช้ภาษาไม่เป๊ะ AI จะช่วยตรวจทาน และปรับให้เรียบร้อยก่อนส่ง ช่วยให้สื่อสารได้เร็วขึ้น และดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาแก้หลายรอบ
ข้อจำกัด และเงื่อนไขการใช้งานฟีเจอร์ AI
แม้ฟีเจอร์ AI จะถูกทยอยเปิดให้ผู้ใช้ Gmail กว่า 3 พันล้านคนทั่วโลกได้ใช้งาน แต่การใช้งานจริงยังคงมีข้อจำกัด และเงื่อนไขบางประการที่ผู้ใช้ควรทราบ เพื่อให้เข้าใจขอบเขตการใช้งานได้อย่างถูกต้อง
- เปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับผู้ใช้ทั่วไป: AI Thread ฟีเจอร์การสรุปเธรดอีเมล และ Personalized Replies
- เฉพาะผู้ที่สมัครแพ็กเกจ Google AI Pro หรือ Ultra: AI Overviews ค้นหา และสรุปอีเมลได้ทันที และ AI proofread ผู้ช่วยเขียน และตรวจแก้อีเมลระดับมืออาชีพ
- เปิดให้ใช้งานเฉพาะผู้ใช้บางกลุ่ม: AI Inbox ยังอยู่ในช่วงทดสอบ และเปิดให้ใช้เฉพาะบางกลุ่ม
แต่ต้องบอกก่อนว่า การเปิดใช้งานจะเริ่มในบางประเทศก่อน ส่วนผู้ใช้ในประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย ต้องรอการอัปเดตอาจจะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
บทสรุป การเปลี่ยนบทบาทของ Gmail
การอัปเดต Gmail ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 20 ปี แสดงให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนของ Google ในการนำ AI เข้ามาช่วยจัดการอีเมลอย่างจริงจัง ตั้งแต่การจัดลำดับความสำคัญของอีเมล การสรุปเธรดสนทนายาว ๆ ให้เข้าใจง่าย การตอบกลับที่ฉลาด และเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไปจนถึงผู้ช่วยเขียน และตรวจแก้อีเมลที่ช่วยให้การสื่อสารดูเป็นมืออาชีพโดยใช้เวลาน้อยลง
หากองค์กรของคุณต้องการนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้กับการสื่อสาร เว็บไซต์ หรือระบบการตลาดออนไลน์อย่างเป็นระบบ Bizsoft พร้อมให้คำปรึกษา และพัฒนาโซลูชันที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ เพื่อให้เทคโนโลยีทำงานแทนคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
